| Profiel van Chakorneverything is connected.Foto'sWeblogLijsten | Help |
everything is connected.14 oktober หัวข้อการพูดคุย 13 ข้ออัพเดทอย่างรวดเร็วกับชาคร ไชยปรีชา
ข้อความ 13 ข้ออัพเดทอย่างรวดเร็วกับชาคร ไชยปรีชา 03 september 13 ข้ออัพเดทอย่างรวดเร็วกับชาคร ไชยปรีชา1. เท้าบวมอย่างไร้สาเหตุ ไม่เจ็บไม่ปวดอะไรเลย กำลังจะไปหาหมอเพื่อเจาะเลือดตรวจในวันรุ่งขึ้น
2. วันจันทร์ไปพังงาเพื่อไปดูกองถ่ายหนังใหม่ของอุ๋ย นนทรีย์ ใครจะเอาอะไรก็โทรมาบอก ไม่อยู่ 2 วัน
3. วันก่อนไปดูหนังเจอต้อง คิดถึงมาก เจอกันในระยะสั้นๆ แต่ไว้จะมาเล่าให้ฟังยาวๆ
4. คิดหนังใหม่ได้อีกเรื่อง ชื่อเรื่อง "stay here" ซึ่งจะทำหลัง "หม่องคินมิน" เนื้อเรื่องก็เข้าสู่ด้านมืดขึ้นทุกวันๆ กูเป็นอะไรมากป่ะเนี่ย
5. ขอขอบคุณคุณยู ณ ซัมเดย์ ที่ทำให้เราตระหนักว่าเราให้เวลากับตัวเองน้อยเกินไป ขอบคุณที่ทำให้เราอยากเป็นคนที่ดีขึ้นจริงๆ ถึงจะไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย
6. สนุกสนานกับการโหลดเพลงด้วยโปรแกรมโซลซีคมาก แต่เสียดายเพลงลูกทุ่งเสื่อมๆหายากไปหน่อย
7. seasons change เป็นหนังที่ยากจะบอกว่ามันดีหรือไม่ เพราะข้อด้อยของมันเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมากจนยากจะแยก เอาเป็นว่ามันมีความดีในระดับกลางๆ แต่ให้ความรู้สึกดีในระดับค่อนข้างสูงแล้วกัน
8. การฟังเพลงบ่อยๆเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ชั้นดี แต่ถ้ามากเกินไปมันจะกลายเป็นการหันเหความสนใจจากความคิดของเราได้
9. พยายามพัฒนาตัวเองในการทำงานและเรียนอยู่ แต่ยากเหลือเกินที่จะทำทั้ง 2 อยากให้ดีในเวลาเดียวกัน เพราะมันดึงความสนใจจากกันยากเหลือเกิน
10. อยากอยู่กับความคิดตัวเองให้เยอะๆ แต่เมื่อไหร่จะเจอคนโดนๆเหมือนตอนที่เจอบุคคลอ้างอิงในข้อ 3 อีกเสียที
11. กำลังเขียนหนังสืออยู่บ่อยๆ เมื่อไหร่จะจบซักเรื่องเสียที
12. สวนสันติชัยปราการเป็นอะไรที่นั่งแล้วชิลมาก ทำให้เขียนหนังสือได้เพิ่มอีกหน้านึงภายใน 15 นาทีแน่ะ ชอบเวลาอยู่ในสวนแล้วเรามองออกไปนอกถนนเห็นรถวิ่งน่ะ เหมือน 2 โซนนี้อยู่คนละโลกกันเลย แต่กลับเข้ากันได้อย่างประหลาด
13. งานแฟตจะมาอีกแล้ว ไวมาก เหมือนนับงานนี้เป็นวันเกิดของเราเลยน่ะ เพราะเวลามีงานแฟตทีก็จะรู้สึกว่าเราแก่ขึ้นอีกปีแล้วเหรอ รู้สึกมากกว่าวันเกินเราซะอีก ปีนี้บัตร 300 แพงพระกาฬ แต่เราพอใจมากเพราะเชื่อว่ามันจะกรองคนได้ดี
ไปละ กลับมาจากพังงาแล้วว่ากันอีกที
เป็นก่อ 16 augustus ตะลึง!! เลือดเต็มตีน กองบรรณาธิการนิตยสารภาพยนตร์ชื่อดังเกิดเหตุการณ์สุดช็อค!! เมื่อพบกองบรรณาธิการนิตยสารภาพยนตร์หมกตัวอยู่ในห้องส้วมสาธารณะในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสยามสแควร์ ร้อนถึง รปภ. และเพื่อนร่วมงาน ร่วมเข้าเคลียร์สถานการณ์
เมื่อค่ำวันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2549 เวลาราว 20.00 น. พบนายพลากร เจียมธีระนาถ หรือต๊อบ กองบรรณาธิการนิตยสารภาพยนตร์ "PULP" หรือที่ชาวบ้านชอบออกเสียงกันอย่างง่ายกันว่า "พลับ" ยืนเละท่ามกลางกองเลือดอยู่ในห้องส้วมสาธารณะ ณ ห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน ทราบภายหลังว่าก่อนเกิดเหตุ นายพลากรกำลังผลีผลามวิ่งเข้าไปร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์รอบสื่อมวลชนเรื่อง "เดอะกิ๊ก" กำกับโดยนายธีระธร สิริพันธ์วราภรณ์ หรือซ้ง ท่ามกลางเวลาอันเร่งเร้าใกล้ฉาย โดยมีนายชาคร ไชยปรีชา หรือก่อ และพี่มอลลี่ (นามสมมุติ) เพื่อนร่วมงาน รอคอยการมาถึงของนายพลากร ณ ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งมีทางเชื่อมติดต่อกับห้างที่เกิดเหตุ
ขณะที่นายพลากรกำลังวิ่งขึ้นบันไดเลื่อนซึ่งเชื่อมจากรถไฟฟ้า BTS เข้าสู่ตัวห้าง ได้พบกับคนเดินช้าขวางทางบนบันได ด้วยความ "ต้องการ" ที่จะ "ชม" นักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่องนี้ในงานเป็นอย่างมาก นายพลากรจึงวิ่งแซงบุคคลน่ารำคาญดังกล่าวไป จนเป็นเหตุให้สะดุดขอบบันไดเลื่อนขั้นสุดท้ายอย่างรุนแรง
แรกทีเดียวนายพลากรรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย เพียงแต่ไม่รู้สึกอะไรมากเพราะความต้องการชมนักแสดงดังกล่าว แต่เมื่อเดินไปสักพัก นายพลากรก็รู้สึกถึงกระแสเลือดที่ไหลซึมออกจากเท้าในปริมาณมากจนน่าตื่นตระหนก จึงโขยกเขยกตัวเองเข้าสู่ห้องน้ำชั้น 4 ของห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ทันที
เวลาประมาณ 20.00 น. นายชาครและพี่มอลลี่ (นามสมมุติ) ซึ่งรอคอยการมาถึงของนายพลากรเริ่มสงสัยว่าทำไมนายพลากรใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึง จึงโทรศัพท์ไปหา นายพลากรตอบว่าเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย ทีแรกนายชาครตกใจนึกว่าถูกรถชน แต่เมื่อนายพลากรแจ้งสาเหตุจึงเบาใจลง และรุดหน้าไปหานายพลากรทันที
สภาพของนายพลากรที่พบนั้นชวนสังเวชใจยิ่งนัก เมื่อเปิดเข้าไปในส้วมขี้ห้องที่ 3 พบนายพลากรกำลังยืนเอาเท้าขึ้นมาพิงบนฝาชักโครกที่ปิดอยู่ และกำลังใช้กระดาษชำระเช็ดเลือดไปพลาง บาดแผลเกิดขึ้นบนนิ้วหัวแม่โป้งเท้าขวา มีลักษณะเฉือนเข้าจากทางด้านหลังคล้ายเนื้อถูกดึงแต่ลึกมาก ห้อเลือดช้ำบวม บนพื้นมีกองเลือดเจิ่งนองอยู่อีก 2 กอง น่าสยดสยองยิ่ง แต่ถึงกระนั้น นายพลากรก็ยังกัดฟันสู้เพื่อนักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่อง "เดอะกิ๊ก" และกล่าวพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆว่า "ไม่เป็นไร เลือดหยุดแล้วล่ะ(มั้ง)"
นายชาครเห็นสภาพบาดแผลแล้วนึกถึงโฆษณาโทนาฟ ดังสโลแกนว่า "แผลสด แผลเปื่อย เป็นหนอง ฯลฯ" ทันที จึงมีความคิดจะไปซื้อผลิตภัณฑ์โทนาฟมารักษา แต่พี่มอลลี่ (นามสมมุติ) ทนสภาพอันน่าอเน็จของนายพลากรไม่ได้อย่างรุนแรงมาก จึงรีบโทรศัพท์ติดต่อทางบ้านเพื่อหารือเรื่องวิธีการปฐมพยาบาล และในเวลาต่อมาก็ตัดสินใจรุดหน้าไปซื้อผ้าพันแผล แต่ก่อนหน้าก็ได้ไปถามแม่บ้านหน้าห้องสุขาดังกล่าว แม่บ้านจึงรุดหน้าเข้ามาดูอาการ และเอาชุดปฐมพยาบาล พร้อมเรียก รปภ. และหน่วยกู้ภัยอะไรสักอย่างมาปฏิบัติหน้าที่ทันที
แม่บ้านไม่ทราบชื่อคนหนึ่งได้ให้การอย่างตื่นตระหนกพลางเบาใจว่า "ป้าก็ว่าเลือดใครไหลเป็นทางเต็มพื้น ก็ตามเช็ดเลือดมาตลอดทาง ที่แท้มาจากนี่เองเหรอ" ป้าแม่บ้านนิรนามให้การด้วยรอยยิ้ม
ในเวลาต่อมา นายอมรเทพ สุขมานนท์ เพื่อนร่วมงานอีกคนของนายพลากรได้ตามมาสมทบ และในที่สุด ทาง รปภ.ของห้างสรรพสินค้าก็ได้ทำการปฐมพยาบาล และช่วยกันนำร่างของนายพลากรขึ้นบนรถเข็น เพื่อนำส่งรถแท็กซี่รุดไปยังโรงพยาบาลจุฬาฯทันที
นายพลากรได้รับการรักษาอย่างเต็มขั้นตอน ณ โรงพยาบาล โดยมีเพื่อนร่วมงานทั้ง 3 จัดการธุระปะปังในเรื่องระเบียนคนไข้อยู่ด้านนอกห้องฉุกเฉิน และเมื่อการรักษาเสร็จสิ้น นายพลากรจึงออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีถุงพลาสติกคลุมอยู่ที่เท้า พร้อมทั้งให้การว่า "พยาบาลเย็บแผลน่ารักมาก เสียตังมาเจออีกก็ยอม แต่ไม่อยากมีแฟนเป็นหมอ"
เบ็ดเสร็จนายพลากรเสียค่ารักษาพยาบาลไปทั้งสิ้น 493 บาท โดยมีการเย็บแผลและฉีดยากันบาดทะยักรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ บาดแผลของนายพลากรยังกลายเป็นกรณีศึกษาให้แก่นักศึกษาแพทย์มาร่วมทดลองเย็บกันคนละเข็มอีกด้วย
เนื่องด้วยไปชมภาพยนตร์ไม่ทันแล้ว นายพลากร นายชาคร นายอมรเทพ และพี่มอลลี่ (นามสมมุติ) จึงเดินทางไปยังร้านแม็คโดนัลด์สาขาสีลม เพื่อรับประทานอาหารเย็นและพูดคุยกัน โดยระหว่างทาง "พี่แตน" นางสาวสุจิตรา แสนรัมย์ เพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศโทรมาสำทับ
"ไม่หล่อแล้วยังซุ่มซ่ามอีก" นางสาวสุจิตรากล่าวจำกัดความถึงนายพลากร
ทั้ง 4 ชีวิตร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยกันเป็นเวลาร่วม 2 ชั่วโมง โดยมีการถกเถียงกันถึงเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับผู้ร่วมงานหลังจากนายธีปนันท์ เพ็ชร์ศรี อดีตบรรณาธิการจะตัดสินใจอำลาตำแหน่งไปไม่นาน เพราะหลังจากนั้น รถของนางสาวสุจิตราก็ถูกทุบเมื่อสัปดาห์ก่อน และว่าที่กองบรรณาธิการคนใหม่ที่สมัครงานเข้ามา ยังประสบอุบัติเหตุถูกยิงบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย จึงคาดเดากันว่าการประสบอุบัติเหตุของนายพลากรครั้งนี้ อาจเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นหลังการจากไปของนายธีปนันท์ก็เป็นได้ และร่วมกันคิดหาทางแก้โดยดำริอยากทำบุญออฟฟิศกันใหม่อีกด้วย
วงสนทนาสลายลงในเวลาประมาณ 23.30 น. ก่อนจะแยกย้ายกันไปซื้อดีวีดี และเดินทางกลับบ้านในเวลาประมาณ 00.30 น. ซึ่งล่วงเลยมาเป็นเวลาของวันพุธที่ 16 สิงหาคม 2549
จบข่าว... 08 augustus the missing songsมีคนบอกว่า การฟังเพลงในความมืดนั้นช่วยให้เพลงเพราะขึ้น
จากการทดลองด้วยตนเองนานหลายปี ก็พบว่าคำกล่าวข้างต้นนั้นมีมูลความจริงอยู่ไม่น้อย
ความมืดนั้นมีส่วนช่วยให้ "ภาพ" จาก "เสียง" นั้นปรากฎได้ชัดขึ้น
เมื่อเสียงเดินทางเข้าสู่รูหู กระทบกระดูกค้อน ทั่ง โกลน จนซึมเข้าสู่สมอง "ความมืด" นั้นอาจถือได้ว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการแปลความจากเสียงสู่มโนภาพนั้นชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้น
แต่บางที ภาพที่จะปรากฏขึ้นมานั้น อาจไม่ได้มีเพียงภาพจากสารที่เพลงได้สื่อออกมาเพียงอย่างเดียว
แต่อาจมี "ภาพอดีต" ของเราสว่างวาบขึ้นมาจางๆแทน
ค่ำคืนหนึ่งขณะกำลังติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จู่ๆพลันนึกถึงเพลง believe ของนักร้องสาวญี่ปุ่น misia ที่เคยฟังเมื่อราว 6-7 ปีก่อนขึ้นมา และหลังจากนั้นก็หาฟังได้ยากเหลือเกิน
น้อยคนคงปฏิเสธว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะมากๆ แต่บางคนก็อาจจะแค่ฟังว่ามันเพราะเฉยๆ แล้วก็ผ่านเลยไป
แต่สำหรับเรา เพลงหลายๆเพลง มันเป็นถึง "จดหมายเหตุ" ของเราในยุคที่เคยได้ฟังเพลงนั้นๆ
เพลงธรรมดาๆ ก็ดูจะไม่ธรรมดาขึ้นทันที
หลังจากได้ misia มาฟังสมใจอยาก และขอบคุณเพื่อนยกใหญ่ ก็ย้ายสังขารจะไปนอน
พลันนึกถึงเพลง "ดารา" ที่พี่มะเดี่ยวเคยแต่งประกอบละครเวทีนิเทศจุฬา "ลำซิ่ง ซิงเกอร์" ขึ้นมาได้
เพลงนี้มีเสียงเปียโนที่เพราะมากๆ ที่ทำให้เราจำได้จนถึงทุกวันนี้
จำได้ตอนที่รู้จักกับเพลงนี้ครั้งแรก เข้าไปที่ออฟฟิศตอนกำลังฝึกงาน "คน ผี ปีศาจ" แล้วพี่มะเดี่ยวกำลังนั่งเขียนเพลงนี้อยู่ในห้อง
ถึงตอนนั้นมันยังเป็นแค่กระดาษ แต่อ่านแล้วก็สะดุดใจตั้งแต่แรก
งามโอ้งามดวงจันทรา งามโอ้งามดวงดารา
ดาวเดือนลอยส่งฟ้าดูสวยงาม
มองจนใจหลุดลอยไป ขึ้นไปข้างบนกับลมหนาว
มองหมู่ดาวที่มองไม่เห็นใคร
มีดาวบนฟ้าตั้งมากตั้งมายเป็นล้านดวง
ฉันมองตรงนี้ทุกครั้งที่ฟ้าค่อยมืด..ลงไป
จนมีแสงระยิบระยับประดับประดาบนฟ้าไกล
แต่บางทีก็นึกหวั่นไหวว่าแสงรำไรจากดวงตา
โอ้ไกล อยู่ตรงไหนไม่รู้หรอก
โอ้ใจ ใครจะรู้ว่าจริงหลอก
โอ้ใคร ใครที่รู้มาช่วยบอก
ว่าที่เห็นนั้นจริงหรือหลอกตา
ที่บนฟ้านั้นหรือคือปลายทาง
โอ้งามโอ้งามดวงจันทรา
งามโอ้งามดวงดารา
ดาวเดือนลอยส่องฟ้าดูสวยงาม
มองจนใจหลุดลอยไป
ขึ้นไปข้างบนกับลมหนาว
มองหมู่ดาวอยู่อย่างสงสัยว่าดาวบนฟ้าไกล...มีจริง
อีกไม่นานหลังจากนั้น เพลงนี้ก็เสร็จสมบูรณ์
พร้อมๆกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ในกองถ่าย ซึ่งเป็นช่วงที่ความคิดเราเปลี่ยนไปเยอะมากๆ
..ได้ฟังทีไรก็นึกถึงช่วงนั้นทุกที
ลองไปค้นกองซีดีมาหวังจะฟังอีกครั้ง ดีใจมากที่ค้นเจอ แต่เมื่อเอามาเปิด แผ่นกลับเสื่อมสภาพ กระตุกอย่างรุนแรงจนเครื่องต้องคายออกมา
รู้สึกไม่ดีอย่างมาก รู้สึกเหมือน "บันทึก" อะไรหลายๆอย่างกำลังจะหายไป
แต่โชคดีที่สุดท้ายก็ได้ฟัง เพราะพี่มะเดี่ยวออนไลน์อยู่พอดี และค้นหามันเจอท่ามกลางฮาร์ดดิสก์อันยุ่งเหยิง
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ขอบคุณคนทำเพลงแบบจังๆ ที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา อันที่จริงพี่มะเดี่ยวทำเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์กว่านี้ออกมาแล้วด้วยซ้ำ แต่เรากลับอยากฟังเวอร์ชั่นเดิมมากกว่า
..คงไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร
แด่เพลงอีกหลายอีกที่ยังคงสูญหายไป และหวังว่าจะกู้คืนมาได้ไม่ช้าก็เร็ว... 24 juli ลำนำกำราบแฟนหมดอีกแล้ว ไร้อีกแล้ว ไม่แคล้วครา หากน้อยคน จนท้อ ยังพอทน นี่ไม่พ้น ไร้คนคิด ให้ติดใจ
จีบคนแรก แทบแทรก แผ่นดินหนี แต่สุดท้าย ก็ยัง พอชื้นใจ เธอรับได้ ไว้คอยเล่น เป็นเพื่อนกัน คนต่อมา สรรหา จากไม่ไกล เพื่อนกูไง ใช่เลย เคยเล่นหัว แต่คิดไป คิดมา ก็นึกกลัว ไม่อยากมั่ว รั่วเหงาหงอย ถอยฉากไป
คนที่สาม คิดแล้วทราม ใจจริงหนอ มัวเฝ้ารอ จริงจัง กว่าครั้งไหน แต่จู่จู่ ก็หลบฉาก แยกหากไป เอ๊ะยังไง ไม่เคยรู้ คู่ปัจจุบัน
มาคนสี่ นี้บังเอิญ เดินพานพบ มาบรรจบ กันยังไง ไม่ทราบได้ แต่จบลง รวดเร็ว และฉับไว หากคงไว้ เพื่อนที่ดี มีมาแทน
คนที่ห้า อ่อนล้า เริ่มแรงโหย หากกลิ่นโชย มาแต่ไกล ไม่ใช่แหง ถึงจะยอม รับจริง ว่ากูแคร์ อย่างแน่แท้ ที่ไม่พอ ต่อแล้วกัน
อ่านสืบเนื่อง จากตรงนี้ จะดีหนอ เออแล้วพอ อยู่อยู่ไป เริ่มไหวหวั่น ไม่ใช่ว่า จะวิ่งมา เพื่อชอบกัน แต่เธอนั้น เป็นมัลติฯ* ผิกลุ้มใจ
ส่วนรายล่า เพิ่งแห้วมา สดสดนั้น เป็นใครกัน ครั่นใจ ใครจะสู้ แรกแรกมา ดี๊ด๊า จู้ฮุกกรู แต่จู่จู่ รู้ความจริง วิ่งเผ่นพลัน
ใช่ว่าตัว เธอนั้น จะไม่ดี มีราคี เล็กน้อย ค่อยรับไหว หากทว่า วัจนา ปลิ้นปล้อนไป เราก็ไซร้ ใจกลุ้ม รุ่มในทรวง
อันตัวเรา มีชีวิต เพียงสั้นสั้น แต่กระนั้น ไม่มีใคร เข้าใจเหรอ? อาจจะมี แต่ตัวนั้น ยังไม่เจอ นั่งเวิ่นเว้อ รอคอย ไปวันวัน
หรือตัวเรา จะเคยทำ อะไรผิด ลองนั่งคิด นอนคิด ในจิตฉัน กลับไม่รู้ ไม่ทราบได้ ทันใดพลัน ถึงกระนั้น ยังคงหงอย 'นอยอุรา
ที่เอื้อนเอ่ย ออกมา ทันตานี้ มิได้มี เจตนา หาเรื่องไหน แต่ต้องการ ป่าวร้อง ก้องหูใคร ตัวเราไซร้ เป็นอะไร ไม่มีแฟน!?
เป็นก่อ 23/7/06 – 1.58 น.
*มัลติฯ = MultiSexual - ได้ทั้ง ช./ญ. |
|
|||
|
|